บันทึกยาวยาวววววววว...
posted on 25 Jul 2010 23:08 by sucky-architect in MyWorldไปนั่งค้นexternal hdd ไปหาเบอร์โทรศัพท์ที่คิดว่าback upไว้ที่ไหนซักที่ เนื่องมาจากอาทิตย์ที่ผ่านมา โทรศัพท์เกิดเอาแต่ใจตัวเองขึ้นมา และเรียกร้องความสนใจด้วยการ ลบทุกอย่างที่มีในโทรศัพท์ ทั้งmsg, contact, memoต่างๆ ไม่เหลืออะไรเลย..
ซึ่งก็ได้ผลมากทีเดียว ทำให้เราเกิดความสนใจมันขึ้นมา และอยากจะปามันทิ้งซะเดี๋ยวนั้นเลย เพราะmsgหลายๆอันมันคือความทรงจำของเรา ที่มันหาไม่ได้อีกแล้ว บางข้อความอาจจะเป็นข้อความสุดท้ายของคนบางคนที่ส่งถึงเรา รวมไปถึงmemoต่างๆ หลายๆอันเป็น usernameและpasswordที่สมองเราไม่มีพื้นที่จำ
ก็เลยรู้สึกเซ็งมหาศาล และอารมณ์ก็เดือดดาลขึ้นไปอีก เมื่อพบว่าcontactที่back upไว้นั้น ไม่มีอยู่ในhddแล้ว โอยกรูจะบ้าตาย ค้นไปค้นมา ถ้าเป็นหนังสือมันคงเยินไปแล้ว เพราะเข้าไฟล์นั้น ออกไฟล์นี้ หาอยู่หลายตลบ ก็เลยต้องทำใจ ยังดีที่เก็บเบอร์ไว้ในโทรศัพท์เก่า ก็เลยทำการcopyมาใส่ แต่บางเบอร์ก็ไม่มีแล้ว
แต่ก็นะ การได้ไปค้นhddทำให้เราได้เจอไฟล์เก่าๆ นั่งอ่านแล้วก็รู้สึกดี อันนี้น่าจะเอาจากที่ไหนซักที่ จำไม่ได้ ขอโทษคนเขียนด้วยที่ไม่ได้ให้เครดิตนะคะ จำได้ว่าเซฟมาตอนม.5 เพื่อให้พี่ปี2คนนึงอ่าน เพราะเค้ากำลังอกหัก (กูรอเสียบ 555) ยาวหน่อยนะ แต่มันกำลังตรงกับเรามากๆตอนนี้ อ่านแล้วเลยอินมากเป็นพิเศษ..
"...ความจริงก็คือ ในขณะที่เรากำลังคิดถึงใครคนนึงตลอดเวลา เค้าคนนั้นอาจกำลังคิดถึงใครคนอื่นอยู่ก็เป็นได้ และบางครั้งก็อาจมีใครบางคนที่คิดถึงเราอยู่โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน บางครั้งการได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า... "สิ่งที่เราคิดทั้งหมดมันคือความฝันของเราเพียงคนเดียว" ฉะนั้นไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมอยู่กับความฝันมากกว่าการได้รู้ความจริง
การไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเค้าไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า เราอาจได้เป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าได้เป็นที่ 3 หรือ 4... และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า..... ก็ขอให้คิดไว้ว่าก็ยังดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย..... มันอาจต้องมีน้ำตาบ้าง ในการยอมรับความจริงว่าเราไม่ใช่ที่ 1... แต่โปรดจำไว้เถอะว่า หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดังๆพร้อมกับพูดกับตัวเองว่า... "ฉันเหนื่อยเหลือเกิน โปรดห้ามใจเถอะก่อนที่ฉันจะอ่อนล้าไปมากกว่านี้...." ก็จงชอบต่อไปเถอะ การรักใครสักคนไม่ต้องการความพยายาม... การตัดใจต่างหากที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย ลองชั่งน้ำหนักในใจคุณดูสิว่า "ความสุขยามที่ได้สบตาเค้า" กับ "ความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า" อันไหนมันหนักหนากว่ากัน
อย่าโทษตัวเองที่มาเจอเค้าสายเกินไป... อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้... อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน... แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย ถึงจะพบเค้าคนนั้นสายเกินไป แต่ก็ยังได้พบ... ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ยังได้รับหัวใจเราไป.... ยิ้มให้โชคชะตา ที่ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เรารักกัน แต่ก็ยังทำให้เราได้รู้จักกัน... คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำ ที่ครั้งหนึ่ง... คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง... คนที่ทำให้คุณหัวเราะและร้องไห้ได้มากมาย... คนที่ยิ้มของเค้าเปลี่ยนวันที่หมองหม่นของคุณให้กลายเป็นวันที่สดใส... เท่านี้ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ? แค่การได้เห็นคนที่เรารักได้หัวเราะอยู่กับใครสักคน คนที่เค้ารักมากที่สุด..... นั้นแหละคือ... ความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ..."
มันอาจจะดูเศร้าๆ แต่มันก็คือความจริงที่เราต้องยอมรับให้ได้ ในเมื่อเรากับเค้ามันเป็นได้แค่เส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน แต่มันจะดีกว่ามั้ย ที่อย่างน้อย ฝั่งที่เรายืน เราก็ยังได้มองเค้าไปนานๆ เคยได้ยินมั้ยว่า เวลาที่เราอยู่กับเค้าแล้ว"เรา"มีความสุข แปลว่า เรา"ชอบ"เค้า แต่.. ถ้าเราอยู่กับเค้าแล้วเราอยากให้ "เค้า"มีความสุข นั่นคือ เรา"รัก"เค้า รักกับชอบมันต่างกันตรงนี้ ยกตัวอย่างที่เห็นกันอย่างชัดเจนมั่กมาก นั่นคือ พ่อกับแม่ เค้าอยากเห็นเรามีความสุข มากแค่ไหนไม่ต้องบอก แทบจะให้ได้ทุกอย่างที่จะทำให้เรามีความสุข นั่นเพราะเค้า "รัก" เรา รักมากจริงๆ รักแบบไม่มีข้อแม้จริงๆ..
เอาล่ะ เดี๋ยวนอกเรื่อง
ทีนี้ก็ลองคิดดูให้ดีๆ ว่าตอนนี้ เรา "รัก" หรือ "ชอบ" เค้าอยู่กันแน่?
หนังสือของดีเจพี่อ้อย บอกไว้ว่า การที่เราพูดว่า "เค้ารักตัวเองนะ" นั่นหมายถึง ให้เรารักตัวเราเองด้วย ไม่ได้รักแต่เค้า รักตัวเองให้มากๆ เพราะนั่นหมายถึงเรารักพ่อแม่เราด้วย อย่าทำให้ท่านเสียใจด้วยการเสียน้ำตาให้กับคนที่เค้าไม่ได้สนใจเราเลย
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราคงอ่านแล้วหัวเราะ เพราะเราเป็นคนนึงที่รักคนอื่นอย่างบ้าคลั่ง ย้ำ รักอย่างบ้าคลั่ง รักแบบเสียสติ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่ได้โม้หรือโอเว่อร์เกินเหตุ เวลารักใคร เราให้หมดใจ ให้ได้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพ้อฝันแล้วก็เกินจริงมากๆ ในทางกลับกัน เราไม่ใช่คนโกรธง่าย เออ-ออ ห่อหมกไป ถ้าไม่เดือดร้อนอะไร อะไรก็ได้ ง่ายๆ สบายๆ ไม่ใช่คนเรียกร้องนู่นนี่นั่น และไม่เรื่องมากให้เสียเวลา แต่อย่าให้โกรธนะ บอกว่าโกรธก็คือโกรธ และถ้ายังไม่เชื่อ กูจะโกรธไปตลอดชาติ ข้อหาเตือนแล้วไม่ฟัง เราอาจจะดูเป็นคนงี่เง่าในสายตาคนบางคน แต่นี่คือสิ่งที่เราเป็น และตอนนี้เราพยายามจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตัวเอง หลังจากที่ได้บทเรียนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยจำ จนครั้งล่าสุด ที่รู้สึกว่ามันหนักหนาเกินไปแล้ว แล้วก็เสียใจเกินไปแล้ว
เราอยากเป็นคนมั่นใจ มั่นใจในสิ่งที่เราทำ และนั่นคือสิ่งที่เราคิดว่ามันดีแล้วกับเราและคนที่รักเรา เราไม่อยากเสียใจร้องไห้ให้กับคนที่เค้าไม่ได้รักเราอีกต่อไปแล้ว จากนี้ไป เราจะรักอย่างมีสติ เชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ และทำสิ่งต่างๆอย่างดีที่สุด เพราะเราจะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลังเหมือนที่เคยๆเป็นมาอีกแล้ว
...
จงรักคนอื่นอย่างมีสติ อย่าให้มันครอบงำเรา อย่าให้มันทำร้ายเรา เราต้องควบคุมมัน อย่าให้มันควบคุมเรา!!!!
ซึ่งก็ได้ผลมากทีเดียว ทำให้เราเกิดความสนใจมันขึ้นมา และอยากจะปามันทิ้งซะเดี๋ยวนั้นเลย เพราะmsgหลายๆอันมันคือความทรงจำของเรา ที่มันหาไม่ได้อีกแล้ว บางข้อความอาจจะเป็นข้อความสุดท้ายของคนบางคนที่ส่งถึงเรา รวมไปถึงmemoต่างๆ หลายๆอันเป็น usernameและpasswordที่สมองเราไม่มีพื้นที่จำ
ก็เลยรู้สึกเซ็งมหาศาล และอารมณ์ก็เดือดดาลขึ้นไปอีก เมื่อพบว่าcontactที่back upไว้นั้น ไม่มีอยู่ในhddแล้ว โอยกรูจะบ้าตาย ค้นไปค้นมา ถ้าเป็นหนังสือมันคงเยินไปแล้ว เพราะเข้าไฟล์นั้น ออกไฟล์นี้ หาอยู่หลายตลบ ก็เลยต้องทำใจ ยังดีที่เก็บเบอร์ไว้ในโทรศัพท์เก่า ก็เลยทำการcopyมาใส่ แต่บางเบอร์ก็ไม่มีแล้ว
แต่ก็นะ การได้ไปค้นhddทำให้เราได้เจอไฟล์เก่าๆ นั่งอ่านแล้วก็รู้สึกดี อันนี้น่าจะเอาจากที่ไหนซักที่ จำไม่ได้ ขอโทษคนเขียนด้วยที่ไม่ได้ให้เครดิตนะคะ จำได้ว่าเซฟมาตอนม.5 เพื่อให้พี่ปี2คนนึงอ่าน เพราะเค้ากำลังอกหัก (กูรอเสียบ 555) ยาวหน่อยนะ แต่มันกำลังตรงกับเรามากๆตอนนี้ อ่านแล้วเลยอินมากเป็นพิเศษ..
"...ความจริงก็คือ ในขณะที่เรากำลังคิดถึงใครคนนึงตลอดเวลา เค้าคนนั้นอาจกำลังคิดถึงใครคนอื่นอยู่ก็เป็นได้ และบางครั้งก็อาจมีใครบางคนที่คิดถึงเราอยู่โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน บางครั้งการได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า... "สิ่งที่เราคิดทั้งหมดมันคือความฝันของเราเพียงคนเดียว" ฉะนั้นไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมอยู่กับความฝันมากกว่าการได้รู้ความจริง
การไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเค้าไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า เราอาจได้เป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าได้เป็นที่ 3 หรือ 4... และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า..... ก็ขอให้คิดไว้ว่าก็ยังดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย..... มันอาจต้องมีน้ำตาบ้าง ในการยอมรับความจริงว่าเราไม่ใช่ที่ 1... แต่โปรดจำไว้เถอะว่า หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดังๆพร้อมกับพูดกับตัวเองว่า... "ฉันเหนื่อยเหลือเกิน โปรดห้ามใจเถอะก่อนที่ฉันจะอ่อนล้าไปมากกว่านี้...." ก็จงชอบต่อไปเถอะ การรักใครสักคนไม่ต้องการความพยายาม... การตัดใจต่างหากที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย ลองชั่งน้ำหนักในใจคุณดูสิว่า "ความสุขยามที่ได้สบตาเค้า" กับ "ความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า" อันไหนมันหนักหนากว่ากัน
อย่าโทษตัวเองที่มาเจอเค้าสายเกินไป... อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้... อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน... แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย ถึงจะพบเค้าคนนั้นสายเกินไป แต่ก็ยังได้พบ... ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ยังได้รับหัวใจเราไป.... ยิ้มให้โชคชะตา ที่ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เรารักกัน แต่ก็ยังทำให้เราได้รู้จักกัน... คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำ ที่ครั้งหนึ่ง... คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง... คนที่ทำให้คุณหัวเราะและร้องไห้ได้มากมาย... คนที่ยิ้มของเค้าเปลี่ยนวันที่หมองหม่นของคุณให้กลายเป็นวันที่สดใส... เท่านี้ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ? แค่การได้เห็นคนที่เรารักได้หัวเราะอยู่กับใครสักคน คนที่เค้ารักมากที่สุด..... นั้นแหละคือ... ความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ..."
มันอาจจะดูเศร้าๆ แต่มันก็คือความจริงที่เราต้องยอมรับให้ได้ ในเมื่อเรากับเค้ามันเป็นได้แค่เส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน แต่มันจะดีกว่ามั้ย ที่อย่างน้อย ฝั่งที่เรายืน เราก็ยังได้มองเค้าไปนานๆ เคยได้ยินมั้ยว่า เวลาที่เราอยู่กับเค้าแล้ว"เรา"มีความสุข แปลว่า เรา"ชอบ"เค้า แต่.. ถ้าเราอยู่กับเค้าแล้วเราอยากให้ "เค้า"มีความสุข นั่นคือ เรา"รัก"เค้า รักกับชอบมันต่างกันตรงนี้ ยกตัวอย่างที่เห็นกันอย่างชัดเจนมั่กมาก นั่นคือ พ่อกับแม่ เค้าอยากเห็นเรามีความสุข มากแค่ไหนไม่ต้องบอก แทบจะให้ได้ทุกอย่างที่จะทำให้เรามีความสุข นั่นเพราะเค้า "รัก" เรา รักมากจริงๆ รักแบบไม่มีข้อแม้จริงๆ..
เอาล่ะ เดี๋ยวนอกเรื่อง
ทีนี้ก็ลองคิดดูให้ดีๆ ว่าตอนนี้ เรา "รัก" หรือ "ชอบ" เค้าอยู่กันแน่?
หนังสือของดีเจพี่อ้อย บอกไว้ว่า การที่เราพูดว่า "เค้ารักตัวเองนะ" นั่นหมายถึง ให้เรารักตัวเราเองด้วย ไม่ได้รักแต่เค้า รักตัวเองให้มากๆ เพราะนั่นหมายถึงเรารักพ่อแม่เราด้วย อย่าทำให้ท่านเสียใจด้วยการเสียน้ำตาให้กับคนที่เค้าไม่ได้สนใจเราเลย
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราคงอ่านแล้วหัวเราะ เพราะเราเป็นคนนึงที่รักคนอื่นอย่างบ้าคลั่ง ย้ำ รักอย่างบ้าคลั่ง รักแบบเสียสติ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่ได้โม้หรือโอเว่อร์เกินเหตุ เวลารักใคร เราให้หมดใจ ให้ได้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพ้อฝันแล้วก็เกินจริงมากๆ ในทางกลับกัน เราไม่ใช่คนโกรธง่าย เออ-ออ ห่อหมกไป ถ้าไม่เดือดร้อนอะไร อะไรก็ได้ ง่ายๆ สบายๆ ไม่ใช่คนเรียกร้องนู่นนี่นั่น และไม่เรื่องมากให้เสียเวลา แต่อย่าให้โกรธนะ บอกว่าโกรธก็คือโกรธ และถ้ายังไม่เชื่อ กูจะโกรธไปตลอดชาติ ข้อหาเตือนแล้วไม่ฟัง เราอาจจะดูเป็นคนงี่เง่าในสายตาคนบางคน แต่นี่คือสิ่งที่เราเป็น และตอนนี้เราพยายามจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตัวเอง หลังจากที่ได้บทเรียนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยจำ จนครั้งล่าสุด ที่รู้สึกว่ามันหนักหนาเกินไปแล้ว แล้วก็เสียใจเกินไปแล้ว
เราอยากเป็นคนมั่นใจ มั่นใจในสิ่งที่เราทำ และนั่นคือสิ่งที่เราคิดว่ามันดีแล้วกับเราและคนที่รักเรา เราไม่อยากเสียใจร้องไห้ให้กับคนที่เค้าไม่ได้รักเราอีกต่อไปแล้ว จากนี้ไป เราจะรักอย่างมีสติ เชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ และทำสิ่งต่างๆอย่างดีที่สุด เพราะเราจะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลังเหมือนที่เคยๆเป็นมาอีกแล้ว
...
จงรักคนอื่นอย่างมีสติ อย่าให้มันครอบงำเรา อย่าให้มันทำร้ายเรา เราต้องควบคุมมัน อย่าให้มันควบคุมเรา!!!!
edit @ 25 Jul 2010 23:11:07 by แก้มกุ๊กกุ๊กกู๋
Tags: architect, gamz, sucky, รักอย่างมีสติ0 Comments